แนะนำเมือง : ปักกิ่ง : ต้าเหลียน : เทียนจิน: ชิงเต่า: ฮาร์บิน: เซี่ยงไฮ้: หังโจว: หนานจิง: เซียะเหมิน: หนิงปอ: กวางโจว : เสินเจิ้น: คุนหมิง : ฮ่องกง
แนะนำสถานที่เรียนต่อจีน "คลิ๊กที่นี่"
แนะแนวศึกษาต่อประเทศจีน

เตรียมตัวอย่างไรก่อนมาเรียนจีน
ร่างกาย
ควรเตรียมร่างกายให้แข็งแรง (กันไว้ดีกว่าแก้ใช่ไหมคะ) สำหรับผู้ที่เดินทางมาศึกษาต่อแบบระยะยาว1ปี ต้องตรวจเช็คร่างกายให้พร้อมก่อนเดินทาง ส่วนยา และเวชภัณฑ์ประจำตัวนั้น สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ยาบางอย่างที่มีสารเสพติด เช่นยาลดความอ้วน ยากล่อมประสาท หรือยานอนหลับ บางประเภท อาจจะเป็นปัญหาในขณะเดินทาง เข้าเมืองจึงควรที่จะมีสลากยาติดไปด้วย










    เอกสาร-หนังสือ จำเป็น
  • หนังสือเดินทาง และวีซ่า ซึ่งจะใช้ในการเดินทางเข้าประเทศจีน
  • ใบตรวจร่างกาย (สำหรับผู้ศึกษาในระยะยาว 1ปีขึ้นไป)
  • รูปถ่ายสำหรับติดเอกสาร (เอกสารในสถานการศึกษา)
  • ตั๋วเครื่องบินซึ่งส่วนมากจะเป็นตั๋วปีควรเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี (ไม่งั้นกลับบ้านไม่ได้นะคะ มีพี่คนนึงเคยทำหายมาแล้วสอบถามได้ค่ะว่าเป็นอย่างไร)
  • คู่มือบทสนทนาในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆเพื่อจะได้สะดวกเมื่อต้องการจับจ่ายซื้อของ
  • Dictionary ไทย-จีน ไทย-อังกฤษ เอามาให้หมดเลยค่ะ จะติด ดิก ญี่ปุ่นเกาหลีมาด้วยก็ดีนะคะ เพื่อนสองชาตินี้เยอะมาก จะได้คุยกันสนุกๆ
เงิน
ก่อนอื่นมารู้จักเงินที่ใช้ในประเทศจีนก่อนนะคะ เงินสกุลที่ใช้ในประเทศจีนคือหยวน โดยแบ่งเป็น 2 แบบคือ แบบธนบัตรและแบบเหรียญ หน่วยต่างๆอย่าสับสนนะคะไม่งั้นอาจทอนผิดได้
  • หยวน เหมา หรือเจียว (10 เหมา หรือ 10 เจียว มีค่าเท่ากับ 1 หยวน)
  • เฟิน (10เฟิน มีค่าเท่ากับ 1 เหมา หรือ 1 เจียว หรือ 100 เฟินมีค่าเท่ากับ 1 หยวน)
  • - ส่วนธนบัตรจีน จะมีขนาด 1,2,5,10,50 และ 100 หยวน และรวมทั้ง 1,2 และ 5เ จียว (เหมา)
  • ส่วนเหรียญมีราคาหน้าเหรียญ ตั้งแต่ 5 หยวน 1,5 เจียว (เหมา) 1,2,5 เฟิน)
    การนำเงินมาใช้ในจีน
  • พกเป็นเงินสดในสกุลหยวนซึ่งมาเข้ามาใช้จ่ายในประเทศจีนได้เลยหรือจะนำเงินดอลล่าห์เข้ามาแลกเป็นเงินหยวนก็ได้แต่ต้องระมัดระวังการเจอเงินปลอมซึ่งปลอมได้เหมือนมาก
  • ที่สะดวกยิ่งขึ้นคือการแลกเป็น Travel Check (T\C) เป็นทางเลือกที่ทั้งสะดวกและปลอดภัย
  • บัตรVisa electron มาใช้ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ขึ้นอยู่กับธนาคารเจ้าของบัตร ณ เวลาที่กด











ข้อควรจำ : ควรแลกเงินที่ธนาคาร โดยธนาคารหลักของประเทศจีนคือ ธนาคารแห่งประเทศจีน(Bank of China) หรือในโรงแรมที่พัก ท่าอากาศยาน หลีกเลี่ยงการแลกเงินในตลาดมืด ซึ่งถึงแม้จะได้ในอัตราที่สูงกว่า แต่เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งอาจจะได้รับเงินปลอมได้
ของใช้ต่างๆ
การเตรียมของใช้มาที่ประเทศจีนนั้นควรพิจารณาสภาพอากาศของเมืองที่มาอยู่ว่าในแต่ละฤดูนั้นมีสภาพอากาศเป็นอย่างไร ที่ต้องระมัดระวังคือเรื่องน้ำหนัก ของสัมภาระที่จะนำติดตัวไป ซึ่งอาจจะเกินและเสียค่าปรับได้ซึ่งค่าปรับนั้นค่อนข้างแพงนะคะ

ของฝากจากเมืองไทย
ควรมีของฝากให้กับอาจารย์หรือเพื่อนๆชาวต่างชาติไว้เป็นที่ระลึก โดยนำของที่เป็นสัญลักษณ์ของไทยไม่ต้องแพงมากเช่น พวงกุญแจรูปช้างไทย หรือกระเป๋าที่ทำจากผ้าไทย หรือสิ่งอื่นๆที่น้องๆเห็นสมควรค่ะ

ข้อระวังในการอาศัยอยู่ในประเทศจีน
แต่ก็ยังมีสิ่งที่จะต้องระมัดระวังคือ ระหว่างการซื้อหาสินค้าในที่ชุมนุมชน ควรระมัดระวังการล้วง หรือกรีดกระเป๋า ระวังการสูญหายของหนังสือเดินทาง (ควรสำเนาหนังสือเดินทาง วีซ่า บัตรโดยสารเครื่องบิน แยกเก็บไว้ต่างหากเพื่อไว้อ้างอิงในกรณีที่เกิดการสูญหาย) การทอนธนบัตรปลอม การต่อรองราคาสินค้าสามารถทำได้ (บางทีก็ทำได้มากเกินคาดด้วยค่ะขอบอก
    
   ต่อไปนี้ เป็นแนวทางพอสังเขปสำหรับผู้ที่สนใจจะเดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศจีน เพื่อใช้เป็นข้อพิจารณาหรือหลักเกณฑ์เบื้องต้น สำหรับการเลือกสถานศึกษา ก่อนทำการตัดสินใจ

       ในที่นี้จะขอกล่าวเน้นเฉพาะการเลือกเรียนในหลักสูตรภาษาจีนทั้งระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยสามารถแจกแจงได้ ดังนี้
  1. เริ่มจากการกำหนดช่วงเวลาที่สนใจ และ ระยะเวลา เช่น 1 เทอม หรือ 2 ปี เป็นต้น และควรกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนของตัวเราเอง เช่น มีเป้าหมายจะเรียนเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านใด หรือ เพื่อจะฝึกฝนเน้นเฉพาะทางด้านใด และ จำเป็นต้องเรียนให้มีความรู้ความสามารถระดับไหนจึงจะเพียงพอ ทั้งนี้ก็เพื่อนำมาใช้เป็นตัวกำหนดว่าเราควรจะใช้ระยะเวลาเรียนนานเท่าใด
  2. งบประมาณโดยเปรียบเทียบในเรื่องของค่าใช้จ่ายหลักๆ เช่น ค่าเล่าเรียน และ ค่าที่พักของแต่ละสถาบัน รวมถึงค่าครองชีพของเมืองนั้น ๆ
  3. สอบถามและค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ของสถาบันที่สนใจให้มากที่สุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งใน และ ต่างประเทศ ความถนัดเฉพาะในสาขาวิชาของสถาบันนั้น ๆ รวมถึงระยะเวลาในการก่อตั้ง ประสบการณ์การสอน และ ผลงานความสำเร็จในอดีตที่ผ่านมา รวมทั้งหาโอกาสสอบถามพูดคุยกับผู้ที่เคยศึกษามาก่อนจากสถาบันนั้น จะเป็นการดียิ่ง
  4. ปัจจัยแวดล้อมอื่น เช่น สภาพเมือง สภาพอากาศ ที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ความสะดวกในการเดินทาง เช่น หากร่างกายไม่ชินกับสภาพอากาศหนาวอย่างทางเหนือก็ควรเลือกเรียนในเมืองที่อยู่ทางตอนใต้ซึ่งมีอากาศอบอุ่นกว่า และมีรสชาติและความหลากหลายของอาหารที่อุดมสมบูรณ์มากกว่าเมืองทางฝั่งเหนือ
  5. สำหรับการเลือกเรียนภาษาสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาเพิ่มเติม อาทิเช่น
  • การแบ่งระดับชั้นเรียน ว่ามีมากน้อยแค่ไหน (โดยทั่วไปสถาบันที่มีการแบ่งซอย ระดับชั้นเรียนมาก มีโอกาสที่จะได้เรียนในระดับชั้นที่เหมาะสมกับระดับ ความสามารถของตัวเองมาก)
  • จำนวนนักเรียนต่างชาติทั้งหมด ซึ่งมีความสัมพันธ์กับปัจจัยในข้อที่แล้วซึ่งไม่ควรมีมากหรือน้อยเกินไป นอกจากนั้นจำนวนของนักเรียนไทยก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณา เพราะจะมีผลโดยตรงต่อการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการเรียนภาษาเช่นกัน
  • จำนวนนักเรียนต่อห้อง (ซึ่งหากมีจำนวนน้อยก็ยิ่งมีโอกาสในการฝึกฝนและซักถามได้มาก)
  • บรรยากาศในการเรียน และ อื่น ๆ เช่น สภาพหอพัก ร้านอาหาร ร้านค้า รวมถึงสาธารณูปโภค และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ วิธีที่ดีที่สุดคือการเดินทางไปสำรวจด้วยตัวเอง หรือ สอบถามจากผู้รู้ หรือ ตัวแทนที่สามารถให้ข้อมูลได้
     
 
 
     
 
 
     
 
 
     
 
 
     
 
 
     
 
 
     
 
 
     
 
 
     
 
 
     
 
 
     
   
 
     
 
 
     
   
     
 
 
     
 
 
     
 
 
     
 
 
 
 

ข้อมูลประเทศจีน | เรียนต่อจีน | หลักสูตรเรียนต่อจีน | มหาวิทยาลัยในประเทศจีน | บอร์ดพูดคุยเรื่องเรียนต่อจีน